ทุกคนคิดว่า เทรนด์ธุรกิจของโลกเราตอนนี้ กำลังไปในทิศทางไหนคะ? จากที่เห็นในตอนนี้ โซอี้คิดว่า เรากำลังอยู่ในยุคสมัยแห่งความเปลี่ยนแปลงแบบสุดๆ โลกส่วนใหญ่ของเรากำลังขับเคลื่อนไปด้วยอะไรก็ตามที่ “ออนไลน์” ข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก โซอี้เองก็เคยได้ลองคุยและปรึกษากับกลุ่มเพื่อนที่ทำธุรกิจประสบความสำเร็จหลายคนๆ และก็มีความเห็นค่อนข้างตรงกันมากๆว่า โลกออนไลน์ กำลังเข้ามามีส่วนในหลายๆธุรกิจมากขึ้นทุกที เพราะความสะดวกสบายและความสามารถที่เชื่อมถึงกันได้ทั่วโลก ธุรกิจในโลกออนไลน์จึงสามารถไปได้เร็ว และตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในยุคนี้ได้มากกว่า ซึ่งบางที ก็ทำให้โซอี้อดคิดไม่ได้ว่า ธุรกิจอะไรก็ตาม ที่ “โลกออนไลน์” สามารถเข้ามาแทนที่ได้ อาจจะต้องเริ่มหันกลับมาหาวิธีการใหม่ เพื่อปรับใช้ให้ตอบโจทย์กับธุรกิจของตัวเองมากขึ้น จะได้ไม่ถูกกลืนหายไปกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และในความเห็นของโซอี้เองก็คิดว่า แม้จะไม่ใช่ในทุกๆธุรกิจที่ “ออนไลน์” สามารถเข้ามาแทนที่ได้ เพราะยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ความเป็น “ออฟไลน์” ยังคงมีเสน่ห์มากกว่า แต่ถ้าพิจารณาแล้วว่าในอนาคต กระแสออนไลน์ของธุรกิจในมือคุณ จะมาแรงเกินต้านไหวจริงๆ บางที การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงกันซะตั้งแต่ตอนนี้ ก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีก็ได้นะคะ เพราะในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหรืออาชีพอะไรก็ตาม การพัฒนาตัวเองและตามโลกให้ทันเป็นสิ่งที่จำเป็นเสมอ เพื่อให้ตัวคุณเอง พร้อมรับมือกับทุกๆสถานการณ์ ที่ผ่านเข้ามา และอุ่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า คุณจะไม่ถูกกลืนหายไปง่ายๆ อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว —– ติดตามไอเดีย+แรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจ Line...
พัฒนาตนเองอย่างไร ให้เข้าใกล้ “ความสำเร็จ”
มีใครรู้จักหนังสือเรื่อง Laws of Success ไหมคะ? หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือยอดนิยมของ Napoleon Hill ที่โซอี้คิดว่า มีเนื้อหาที่ดีมากๆ โดยเฉพาะกับบุคคลที่อยากจะประสบความสำเร็จ เพราะในหนังสือเล่มนี้พูดถึงกฎ 15 ประการที่สามารถพาชีวิตคุณไปสู่ความสำเร็จได้ แต่การจะควบคุมตัวเราเองให้สามารถทำได้อย่างที่ผู้เขียนเขาแนะนำไว้ โซอี้เข้าใจค่ะ ว่าบางที มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายให้ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ การพัฒนาตัวเองก็เป็นที่สิ่งสำคัญมากๆ เพราะถ้าเรายังไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองซักที แล้วผลลัพธ์ที่ได้มันจะต่างจากเดิมได้ยังไง จริงไหมคะ? และหนึ่งในกฎ 15 ประการที่โซอี้ชอบมากๆ ของหนังสือเล่มนี้ คือก็การควบคุมตัวเอง นี่แหละค่ะ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น การควบคุมตัวเองให้ได้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ โดยเฉพาะการควบคุมตัวเองให้มุ่งตรงไปข้างหน้าให้ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ อย่าเพิ่งถอดใจกันง่ายๆ ช่วงเวลาเริ่มต้นมันจะยากก่อนอยู่แล้วค่ะ เป็นเรื่องธรรมดามากๆ เหมือนตอนที่เราหัดเดิน แต่พอเดินเป็นมันก็ง่าย ความสำเร็จก็เช่นกันค่ะ ความอดทน และการควบคุมตัวเองให้ได้จึงเป็นเรื่องที่เราควรฝึกฝันกันอยู่เสมอ อย่าลืมนะคะ ว่าความคิดของเราก็เหมือนหางเสือ ถ้าเราควบคุมมันได้ เราก็จะควบคุมการกระทำของตัวเองได้ และเมื่อนั้นชีวิตของคุณ ก็จะพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างที่ต้องการแน่นอน ...
อะไรคือเหตุผล ที่ทำให้คนยอมจ่ายเงิน?
ทุกคนคิดว่า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คนเรายอมจ่ายเงินคะ? ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีแบบนี้ จะมีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้ลูกค้ายอมควักเงินตัวเองออกมา โซอี้คิดว่า มันคือ “อารมณ์” ค่ะ เพราะจากการที่โซอี้ ได้มีโอกาสคุยกับเจ้าของกิจการหลายๆท่าน และจากประสบการณ์ทำธุรกิจของตัวเองที่ผ่านมา อารมณ์และความรู้สึก คือสิ่งที่บ่งการการตัดสินใจของผู้ซื้อได้มากที่สุด เช่น ถ้าคุณขายเครื่องประดับ แต่ภาพไม่สวย ไม่มีรายละเอียดอะไรให้เลยมีแต่ราคา เทียบกับอีกร้าน ที่ถ่ายรูปสินค้าได้สวยงาม มีความชัดเจนในแบรนด์ มีรายละเอียดครบถ้วน ว่าราคาเท่าไหร่ ทำขึ้นจากวัสดุอะไร มีค่าแค่ไหน และมีความหมายอย่างไร ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ย่อมจะสนใจร้านนี้มากกว่า โดยเฉพาะกับธุรกิจออนไลน์ทั้งหลาย การใส่ “เรื่องราว” ให้กับสินค้าหรือบริการ และเน้นรูปภาพให้น่าประทับใจ ยิ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะผู้ซื้อจะเห็นสินค้าและตัดสินใจผ่านรูปเท่านั้น ถ้าคุณทำให้ลูกค้ารู้สึกชอบได้ ก็มีโอกาสขายได้มากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเรื่องราวของสินค้าหรือบริการที่ใส่ลงไป จะทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าของชิ้นนั้นๆมันพิเศษมากขึ้น และน่าเป็นเจ้าของ อย่าลืมสิคะ ว่ามนุษย์เราส่วนใหญ่ อารมณ์มักมาก่อนเหตุผลกันอยู่แล้ว ถ้าชอบหรืออยากได้อะไรขึ้นมาจริงๆ ยังไงก็ยอมจ่ายแน่นอน ขอแค่คุณสามารถทำให้เขา “รู้สึก” ได้ว่า การจ่ายเงินให้กับสินค้าหรือบริการนั้นๆมันไม่สูญเสียเปล่า ลูกค้าก็จะไม่มีวันหนีหายไปไหน ลองดูซิคะ ลองสร้างเรื่องราวให้กับสินค้าหรือบริการของคุณดู...
ขุมทรัพย์ ที่มีชื่อว่า "ความมั่นใจ"
ทุกคนคิดว่า “ความมั่นใจ” สำคัญแค่ไหนคะ? สำหรับโซอี้ ความมั่นใจในตัวเอง สำคัญมากๆค่ะ เพราะความมั่นใจ สามารถเรียกพลังให้กับเราได้มหาศาล และยังทำให้เรามีความกล้าที่จะทำในสิ่งต่างๆมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหรือหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ก็ตาม แต่คนส่วนใหญ่กลับเสียความมั่นใจกันไปง่ายๆ เพราะมัวแต่ตัดสินว่าตัวเองไม่มีความสามารถพอ และจมอยู่กับความผิดพลาดในอดีต ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ผลลัพธ์ที่ดีของ ความมั่นใจในตัวเอง ก็มีให้เห็นอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นฉากในหนัง หรือในซีรี่ต่างๆ ที่ตัวละครหลักมักจะมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางเขามากมาย และมีหลายฉากที่บั่นทอนกำลังใจอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่โซอี้คิดว่า เป็นตัวตัดสินใจคาแรกเตอร์ของพระเอก นางเอกทุกคน ก็คือ "ความมั่นใจในตัวเอง" ที่ไม่ว่าจะท้อแท้หรือเจอตัวร้ายกลั่นแกล้งมาแค่ไหน สุดท้ายก็กลับมามั่นใจ และเดินหน้าต่อได้ทุกครั้ง จนทำให้เรื่องราวต่างๆจบลงด้วยดี ความมั่นใจสำหรับโซอี้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆค่ะ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นนักธุรกิจ กิจการของคุณจะไม่มีวันก้าวไปไหนได้เลย ถ้าเจ้าของไม่มีความมั่นใจ ไม่ยอมก้าวไปไหนและเอาแต่กลัวอยู่ตลอดเวลา อย่าลืมสิคะว่า ว่าเราทุกคนต่างก็เป็นคนเก่งและมีความสามารถ อย่าปล่อยให้ความกลัวฉุดรั้งคุณไว้อีกเลยค่ะ มั่นใจในตัวเอง แล้วออกไปโชว์ความสามารถให้โลกเห็นกันดีกว่า —– ติดตามไอเดีย+แรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจ Line ID : @hizoe ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ...
ทักษะอะไรบ้าง? ที่จำเป็นต่อความสำเร็จ
ทุกคนคิดว่าทักษะอะไรบ้างคะ ที่จำเป็นต่อความสำเร็จ? จากประสบการณ์ตรงของโซอี้เองและจากที่กูรูผู้รู้หลายๆท่านเคยพูดไว้ มีทักษะอยู่กลุ่มหนึ่งค่ะ ที่ผู้รู้หลายท่านต่างก็มีความเห็นตรงกันและเป็นจุดที่โซอี้คิดว่า มันสำคัญจริงๆต่อบุคคลที่อยากจะประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะกับกลุ่ม Start up หรือผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจได้ไม่นาน เพราะโลกของเจ้าของกิจการ ยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้และฝ่าฟันอีกมาก เหมือนคำพูดหนึ่ง ที่อัลเบิร์ต ไอสไตน์ บุคคลอัจฉริยะที่เราทุกคนรู้จักกันดีเคยพูดเอาไว้ว่า “You have to learn the rules of the game. And then you have to play better than anyone else.” หรือก็คือ “คุณต้องเรียนรู้กฎของเกม และคุณต้องเล่นให้ดีกว่าคนอื่น” ซึ่งกฎของเกมที่โซอี้กำลังพูดถึง หนึ่งในนั้นก็คือ ทักษะจำเป็นในด้านต่างๆดังต่อไปนี้ 1. ทักษะทางด้านการสื่อสาร 2. ทักษะทางด้านการเงิน การลงทุน 3. ทักษะทางด้านการบริหารผู้คนและการมองภาพรวม 4. ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์...
ล้มเหลวยังไง ให้สำเร็จ!
“Failure defeats losers, failure inspires winners” “ความล้มเหลวมีชัยต่อผู้แพ้ แต่ความล้มเหลวเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ชนะ” มีใครเคยได้ยินคำพูดประโยคนี้ไหมคะ? คำพูดข้างบนนี้ เป็นคำพูดของคุณ โรเบิร์ต คิโยซากิ ค่ะ เจ้าของหนังสือขายดีสุดๆ อย่าง “พ่อรวยสอนลูก” ที่ติดอันดับ Best Seller ไปแล้วทั่วโลก และเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากมาย โซอี้ชอบคำพูดประโยคนี้ของเขานะคะ เพราะความล้มเหลว ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอย่างที่เราถูกปลูกฝังกันมา คนเราล้มกันได้ค่ะ ผิดพลาดกันได้ แต่ประเด็นก็คือ เมื่อล้มแล้ว คุณได้อะไรกลับมา? นี่ต่างหากค่ะ ที่สำคัญ คนที่ประสบความสำเร็จ เขาจะรีบล้ม รีบเรียนรู้ และลุกขึ้นมาสู้ใหม่ ใช้ความล้มเหลวที่ผ่านมาเป็นแรงบันดาลใจ เป็นประสบการณ์ที่จะพาตัวเองไปสู่เป้าหมาย เขาไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างเสียเปล่า ถ้ารู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันล้มเหลว มันไม่ใช่ ก็แค่ลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ แล้วเดินต่อ ในขณะที่คนบางกลุ่ม เลือกจมอยู่กับความพ่ายแพ้ โทษตัวเอง โทษคนรอบข้าง โทษทุกอย่างสารพัด ปล่อยให้ความล้มเหลวเป็นผู้ชนะ...
จริงไหม? กับคำพูดที่ว่า “ธุรกิจ” ใครๆก็ทำได้
โซอี้เอง ก็เคยไม่มั่นใจในคำพูดประโยคนี้เหมือนกันนะคะ เพราะคำว่าธุรกิจ อาจจะดูหนักสำหรับใครหลายๆ คน แต่ความรู้สึก “หนัก” ที่ว่านี้ ใช่ใจของเราเองหรือเปล่าคะ ที่คนกำหนดมันขึ้นมา โซอี้เคยดูการ์ตูนอยู่เรื่องหนึ่งค่ะ ชื่อเรื่องว่า Ratatouille เป็นเรื่องราวของ เรมี่ หนูในเมืองฝรั่งเศสที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นพ่อครัว ทั้งๆตัวเองเป็นหนู! เป็นสัตว์ที่คนในปารีสรังเกียจ แต่เพราะ เรมี่ มีความตั้งใจที่แน่วแน่ และมีเชฟ ออกุส กัสโตว์ สุดยอดเชฟของยุคนั้นเป็นไอดอลในดวงใจ ในที่สุด เรมี่ ก็เอาชนะความเป็นไปไม่ได้ทั้งหลายและได้เป็นเชฟสมใจ เรมี่ ได้พิสูจน์คำพูดหนึ่งของเชฟ กัสโตว์ ที่โซอี้ชอบมากๆ ว่า “ไม่ว่าใครก็สามารถทำอาหารได้” จนสำเร็จ ทั้งที่ตั้งแต่ตอนต้นเรื่อง ใครจะคิดคะว่าหนูตัวหนึ่ง จะกลายมาเป็นพ่อครัวที่ทำอาหารอร่อยๆได้ สำหรับ ธุรกิจ ก็เช่นกันค่ะ ความสำเร็จไม่มีทางลัด ถ้าคุณต้องการเริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวเอง อย่างแรกคือ ลงมือทำมันขึ้นมาค่ะ อย่าปล่อยให้ความกลัว หรือความคิดที่ว่า “อย่างเราคงทำไม่ได้” ฉุดรั้งคุณไว้อีกเลย คุณจะรู้ได้ยังไง...
เราจะทำสิ่งเล็กๆยังไง ให้ยิ่งใหญ่!
ทุกคนคิดว่าเราจะทำยังไงดีคะ ถึงจะเปลี่ยนสิ่งเล็กๆให้ยิ่งใหญ่ได้ โซอี้ได้ไอเดียของคำถามนี้มาจากหนังสือเรื่อง Show your work ค่ะ จากคำพูดประโยคหนึ่งของ เคนเน็ท โกลส์สมิท ที่เขียนบอกเอาไว้ว่า “ถ้าคุณทำบางสิ่งไปทีละน้อยทุกวัน สุดท้ายคุณก็จะได้ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่” โซอี้เห็นด้วยกับความคิดนี้นะคะ เพราะความสำเร็จไม่ใช่สิ่งที่ตกลงมาจากฟ้า แค่ดีดนิ้วก็เข้ามาอยู่ในกำมือเราง่ายๆ มันต้องใช้ความมุ่งมั่นทุ่มเท และความพยายามอย่างมากเลยค่ะ กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างที่เห็น ประเด็นที่หนังสือบทนี้ต้องการจะบอก จึงไม่ได้อยู่ตรงที่ คุณต้องมีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมก่อน เป้าหมายหรือธุรกิจของคุณจึงจะประสบความสำเร็จ แต่มันอยู่ที่ว่า... คุณพร้อมที่จะแชร์สิ่งเล็กๆ ที่คุณทำให้คนอื่นเห็นแล้วหรือยังต่างหาก แชร์งานที่คุณทำ แบ่งปันเรื่องราวที่น่าสนใจและคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ให้กับสังคม ทีละเล็กละน้อยก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่อะไรมาก ขอเพียงแค่ทำเป็นประจำทุกวัน แล้วชิ้นส่วนเล็กๆทั้งหมด ก็จะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และจับต้องได้ขึ้นมาเอง โซอี้ว่า นี่เป็นอีกทางหนึ่งนะคะที่เราจะก้าวออกมาจากจุดเดิมและทำตามเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้ได้ อย่าปล่อยให้คำว่า “ไม่พร้อม” เป็นข้ออ้างอีกต่อไปเลยค่ะ ไม่ว่าใครก็สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่จากสองมือของตัวเองได้ทั้งนั้น อยู่ที่ตัวคุณเองแล้วล่ะค่ะ ว่าจะลงมือทำมัน หรือปล่อยให้ทุกอย่างเป็นแค่ความฝันต่อไป… —– ติดตามไอเดีย+แรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจ Line ID...
ไอเดียใหม่ๆ สำคัญแค่ไหนกับธุรกิจ
โซอี้ได้มีโอกาสอ่านหนังสืออยู่หลายเล่มค่ะ แนวจิตวิทยาบ้าง แนวธุรกิจบ้าง แนวสบายๆก็มี แต่ที่โดนใจที่สุดตอนนี้ ก็มีอยู่บทหนึ่งค่ะ เป็นบทแรกเลยของหนังสือ Zero to one ที่โซอี้คิดว่ามันน่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจ บทนี้มีชื่อว่า ความท้าทายแห่งอนาคต ค่ะ มีเนื้อหาเล่าว่า โลกของเราตอนนี้ กำลังขาดไอเดียใหม่ๆและขาดเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมมากเกินไป ถึงแม้ทุกประเทศจะมีเทคโนโลยีทัดเทียมอเมริกา แต่ถ้าไม่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ อะไรเกิดขึ้นเลย ก็ไม่อาจอยู่รอดได้ในระยะยาว โซอี้เองก็เห็นด้วยมากๆ เพราะไอเดียใหม่ๆ ที่เข้ากับแบรนด์เรา และตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ย่อมสามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้ไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเริ่มต้นทุกอย่างจากมือเปล่าหรือไม่ โซอี้เชื่อว่า ทุกคนก็มีสิทธิประสบความสำเร็จได้เท่ากันค่ะ โดยเฉพาะกับกลุ่ม Start up โซอี้คิดว่าพวกคุณสามารถสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆได้ดีแน่นอน เพราะการที่มีคนร่วมทีมไม่มาก จะทำงานอะไรก็คล่องตัว และมีอิสระทางความคิดสูง สามารถคิดไอเดียอะไรใหม่ๆได้มากกว่าองค์กรใหญ่ๆที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบมากมายแน่นอน อยู่ที่คุณแล้วล่ะค่ะ ว่าพร้อมจะลงมือสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆสำหรับธุรกิจของคุณแล้วหรือยัง? —– ติดตามไอเดีย+แรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจ Line ID : @hizoe ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ...
“อัจฉริยะ” ทุกคนคิดว่าคำนี้น่ากลัวไหมคะ?
คนนั้นเขาดี คนนี้เขาเก่ง คนนั้นเขาอัจฉริยะจะตาย โซอี้เคยได้ยินคำพูดทำนองนี้บ่อยมากค่ะ เพื่อนโซอี้เองที่เป็นครูก็เคยเล่าให้ฟังเหมือนกัน ว่าเด็กๆที่โรงเรียนชอบใช้คำพูดแบบนี้ประจำ เวลาที่เจอบทเรียนยากๆ หรือสอบได้คะแนนไม่ดี ทั้งที่ความจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไปหรอกนะคะ เพื่อนโซอี้เล่าให้ฟังว่า เด็กเก่งๆ ที่สอบได้คะแนนดีๆ ดูฉลาดไปหมดซะทุกอย่าง ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะคะ ที่วันๆไม่ทำอะไรเลยแล้วอาศัยแค่ความอัจฉริยะอย่างเดียว ก็ไปรอดได้ เด็กๆกลุ่มนี้ส่วนใหญ่แล้ว เขาอ่านหนังสือหนักมาก เขานั่งทำแบบฝึกหัดทุกวัน หรือไม่ก็ทบทวนบทเรียนอยู่เสมอ เพียงแต่เขาไม่ได้มานั่งบอกเราเท่านั้นเองค่ะ ว่าใช้ความพยายามไปมากแค่ไหน จริงอยู่ ว่าความอัจฉริยะทำให้เด็กบางคนได้เปรียบ เขาอาจจะหัวไวกว่า หรือเรียนรู้ได้เร็วกว่า แต่สำหรับคนธรรมดา แค่ลองพยายามให้มากขึ้น ก็ไปถึงจุดที่ตั้งใจไว้ได้เหมือนกัน เด็กนักเรียนธรรมดาหลายคนก็ขึ้นมาเป็นที่หนึ่งได้เยอะแยะไป ถ้าขยันและมีความพยายาม โซอี้เห็นด้วยกับเพื่อนในข้อนี้นะคะ เพราะความคิดที่ว่า คนอย่างเราคงทำไม่ได้หรอก เราไม่มีความสามารถขนาดนั้น เราไม่มีเงิน เราไม่ได้เป็น “อัจฉริยะ” ซะหน่อยจะทำได้ไง มันไม่มีอยู่จริงหรอกค่ะ ทุกอย่างมันอยู่ที่ว่า ตัวคุณเองทุ่มเทมากพอแล้วหรือยังต่างหาก โซอี้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะคะ ถ้าเราจะเอาแต่โทษชะตาว่าตัวเอง แล้วไม่ลงมือทำอะไรซักที อย่าลืมนะคะ ว่าธุรกิจหลายอย่างบนโลกใบนี้ ก็สร้างขึ้นมาด้วยสองมือของคนที่เริ่มต้นจากศูนย์กันทั้งนั้น อย่ากลัวที่ก้าวไปข้างหน้าสิคะ...










